ที่ปรึกษาความงามออริเฟลม 871281

ดูโอมิกซ์ แอสตาแซนธิน จากสวีเดน

ขอแนะนำผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่ดูแลผิวจากภายใน ดูโอมิกซ์ ประกอบด้วย แอสตาแซนธิน จากสาหร่ายแดง ที่ได้รับการเพาะเลี้ยงจากหมู่เกาะสวีเดน

แอสตาแซนธินเป็นสารที่มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือค่าโอแรค (ORAC Score) สูงมากเมื่อเทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติตัวอื่นๆ เช่น สูงกว่าวิตามินอีถึง 100 เท่า สูงกว่าโคเอนไซม์คิวเทน (Co-enzyme Q10) 800 เท่า สูงกว่าสารคาเทชินในชาเขียว 550 เท่า และสูงกว่าวิตามินซีถึง 6000 เท่า และเนื่องจากแอสตาแซนธินเป็นสารที่ละลายในไขมันจึงสามารถแทรกซึมเข้าไปอยู่ในผนังเซลล์ได้ และทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ต่างๆในร่างกายจากอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนประกอบ

  • แอสตาแซนตินจากผงสาหร่ายแดงที่เลี้ยงในประเทศสวีเดนแท้ๆ 100% 3 มิลลิกรัม
  • สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ 50 มิลลิกรัม
  • ผลิตในยุโรป มาตรฐานสวีเดน

รับประทานวันละ 1 แคปซูล

ราคา 1,890 บาท
Add Line รับส่วนลดพิเศษ

คำถามที่พบบ่อย

แอสตาแซนธิน เป็นสารสีแดงที่พบได้ในธรรมชาติโดยเฉพาะใน ปลาแซลมอน ไข่ปลาคาร์เวียร์ เปลือกปู กุ้งและสาหร่ายสีแดง แอสตาแซนธิน จัดอยู่ในตระกูลแคโรทีนอยด์ เช่นเดียวกับเบต้าแคโรทีนที่เราคุ้นเคยกันดี

ประสิทธิภาพของแอสตาแซนธินได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย สร้างภูมิคุ้มกัน และมีผลต้านการอักเสบ ช่วยบำรุงระบบสมอง ระบบสายตา และระบบประสาทส่วนกลางซึ่งมีไขมันเป็นองค์ประกอบหลัก แอสตาแซนธิน มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามิน ซี และวิตามิน อี ถึง 100 เท่า แอสตาแซนธินแตกต่างและโดดเด่นจากสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ตรงที่สามารถละลายในไขมันได้ด้วย

ดังนั้นจึงมีความปลอดภัยแม้รับประทานในปริมาณสูงและต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เพราะไม่สะสม หรือตกค้างในตับและไต

มีผลการศึกษาระบุว่า แอสตาแซนธิน เป็นสารที่มีค่าความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
หรือค่าโอแรค (ORAC Score) สูงมากเมื่อเทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติตัวอื่นๆ เช่น

  • สูงกว่าวิตามินอีถึง 100 เท่า
  • สูงกว่าโคเอนไซม์คิวเทน (Co-enzyme Q10) 800 เท่า
  • สูงกว่าสารคาเทชินในชาเขียว 550 เท่า
  • และสูงกว่าวิตามินซีถึง 6000 เท่า

และเนื่องจากแอสตาแซนธินเป็นสารที่ละลายในไขมัน จึงสามารถแทรกซึมเข้าไปอยู่ในผนังเซลล์ได้ และทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ต่างๆ ในร่างกายจากอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยปกติแล้วสารต้านอนุมูลอิสระ 2 ชนิดจะทำงานร่วมกัน (เช่นวิตามิน ซี และอี) ในการต่อสู้กับอนุมูลอิสระ แต่แอสตาแซนธินสามารถดักจับอนุมูลอิสระได้โดยลำพัง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แอสตาแซนธินเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มแคโรทีนอยด์ เรียกว่า แซนโทฟิลล์ (Xanthophylls)

ที่มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างล้ำเลิศ เนื่องด้วยสูตรโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ในการปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย แตกต่างกับ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และ สารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ที่แค่ช่วยปกป้องแค่ภายในหรือภายนอกของเยื่อหุ้มเซลล์ ในขณะที่ แอสตาแซนธิน  มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ได้ทั้งภายในและภายนอก ดังนั้น จึงเหมือนกับว่าแอสตาแซนตินสามารถปกป้องเซลล์ได้ครอบคลุมมากกว่านั่นเอง

มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า แอสตาแซนธินช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นเพิ่มความชุ่มชื้นและลดริ้วรอย ริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ปรากฏบนผิวหนัง เกิดจากของผิวที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการสูญเสียน้ำและการทำร้ายเซลล์ผิวจากรังสียูวี มลพิษทางอากาศ ควันพิษ การรับประทานอาหารไม่เพียงพอและความเครียด รังสียูวีที่ทำร้ายผิวประกอบด้วยคลื่นรังสีที่แตกต่างกัน 2 ประเภท ได้แก่

UVA และ UVB โดยรังสี UVB จะมีช่วงสั้นกว่ารังสี UVA และมีผลกระทบต่อผิวชั้นนอก เป็นสาเหตุหลักของผิวถูกแดดเผา ส่วนรังสี UVA มีประสิทธิภาพเจาะลึกมากขึ้น และทำให้ผิวหมองคล้ำเป็นเวลานาน เนื่องจากการเข้าทำลายเส้นใยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ อันนำไปสู่การก่อตัวของริ้วรอย แอสตาแซนธินช่วยปกป้องเซลล์และคอลลาเจน โดยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่ก่อตัวจากการแผดเผาของแสงยูวี

แอสตาแซนธิน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมัน และปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ในเนื้อเยื่อของร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถละลายได้ในไขมัน แอสตาแซนธินจึงสามารถซึมผ่านเข้าสู่สมองได้ ทั้งยังช่วยบำรุงสายตาและระบบประสาทส่วนกลาง นอกจากนี้ มีผลการศึกษายืนยันว่า แอสตาแซนธิยังมีผลกระทบต่อเนื้อเยื่อส่วนอื่นของร่างกาย

โดยเพิ่มขีดความสามารถและความทนทานของกล้ามเนื้อในการเล่นกีฬาได้มากขึ้น พร้อมยับยั้งการอักเสบของกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย รวมทั้งสามารถลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย จากการทำลายของรังสียูวี และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบของผิวหลังจากได้รับรังสี UVB

เนื่องจากเซลล์เกือบทั้งหมดในร่างกายไม่ว่าจะเป็น ผิวหนัง ดวงตา สมอง และหัวใจ ได้รับประโยชน์จากแอสตาแซนธิน และมีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนถึงประโยชน์ของแอสตาแซนธินเมื่อรับประทานอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

ปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายโดยอนุมูลอิสระที่มีรังสียูวีเป็นตัวกระตุ้น จึงช่วยลดเลือนริ้วรอยให้แลดูจางลง พร้อมลดโอกาสการเกิดริ้วรอยแห่งวัยอีกหลายประการ มีส่วนช่วยเพิ่มความกระชับและยืดหยุ่นให้ผิวแลดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์

ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ โดยแอสตาแซนธินสามารถช่วยเพิ่มจำนวนและความสามารถในการทำงานของเม็ดเลือดขาวได้ช่วยปกป้องและฟื้นฟูเซลล์กล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานหนัก เช่น การออกกำลังกาย

มีผลการศึกษาพบว่าแอสตาแซนธินนั่นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความทนทานของกล้ามเนื้อได้ ช่วยให้ออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาได้นานขึ้นพร้อมทั้งช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อจากการออกกำลังได้ด้วย

บำรุงและดูแลสุขภาพดวงตา ด้วยคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระและลดอันตรายจากรังสียูวี จึงช่วยลดความเสี่ยงการเกิดต้อกระจกและจอรับภาพเสื่อม เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้สายตามากๆ โดยเฉพาะการจ้องมองคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ

ช่วยลดและยับยั้งการอักเสบในเนื้อเยื่อต่างๆ ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคในกลุ่มหลอดเลือดและหัวใจ เช่น หลอดเลือดตีบหรืออุดตัน ลดการเกิดพล๊าค (Plaque) หรือตะกอนในผนังหลอดเลือดสาเหตุหนึ่งของการเกิดหัวใจล้มเหลว

Close Menu